Categories

Joomla Templates and Joomla Extensions by JoomlaVision.Com

Article

การวิเคราะห์อัญมณีด้วยชุดวิเคราะห์สำเร็จรูป

User Rating: / 6
PoorBest 

การวิเคราะห์อัญมณีด้วยชุดวิเคราะห์สำเร็จรูป

 

                                                                                                               thermo                   

            การวิเคราะห์คุณภาพและการจำแนกเกรดของอัญมณี โดยเทคนิคฟลูเรียร์ทรานฟอร์มอินฟราเรดสเปกโทรสโกปี  ปัจจุบันมีชุดวิเคราะห์อัญมณีสำเร็จรูป ( GemID Gemstone Analysis Package ) โดยใช้งานร่วมกับเครื่องฟลูเรียร์ทรานฟอร์ม อินฟราเรดสเปกโทรมิเตอร์  ซึ่งจะช่วยในการวิเคราะห์อัญมณีโดยให้ข้อมูลที่เกี่ยวกับองค์ประกอบ,ต้นกำเนิด และโครงสร้างทางโมเลกุลของทั้งอัญมณีและแร่ตามธรรมชาติ

ในหลายๆกรณีที่อินฟราเรดสเปกตรัมสามารถใช้ยืนยันสารเคมีที่ใช้ในการตกแต่งอัญมณีเพื่อเพิ่มคุณภาพ

ของอัญมณี ได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง ดังนั้นการใช้เครื่องฟลูเรียร์ทรานฟอร์มอินฟราเรดสเปกโทรมิเตอร์ ในการวิเคราะห์คุณภาพของอัญมณีจึงมีความสำคัญ และเพื่อเป็นการประหยัดเวลาและเพิ่มความถูกต้องแม่นยำในการวิเคราะห์ การใช้ชุดวิเคราะห์อัญมณีสำเร็จรูป ( GemID Gemstone Analysis Package ) จึงเป็นทางเลือกหนึ่งของห้องปฏิบัติการวิเคราะห์อัญมณีสมัยใหม่

ชุดวิเคราะห์อัญมณีสำเร็จรูปเหมาะสำหรับการวิเคราะห์อัญมณีที่หลากหลายเช่น

  1. เพชร

- สามารถจำแนกชนิดของเพชร ว่าเป็นชนิดใด ซึ่งเพชรสามารถจำแนกเป็นชนิดได้ต่างๆดังนี้  Type IaA , IaB,Ib, IIa ,IIb

- การตรวจสอบเพชรปลอมและอัญมณีลอกเลียนแบบเพชร

- การตรวจสอบหาเพชรสังเคราะห์และตรวจสอบการปรับปรุงคุณภาพด้วยเทคนิค HTHP (High Temperature High

Pressure )

- การวิเคราะห์ปริมาณของ Trace material และ inclusions ในเพชร ( ไนโตรเจน  (N) ,ไฮโดรเจน ( H) ,โบรอน  (B) เป็นต้น

 2. มรกต

- การตรวจหาสารพอลิเมอร์และสารอิพอกซี่  (epoxy ) ที่ใช้ในการปรับปรุงคุณภาพของมรกต

- การตรวจสอบมรกตปลอมอัญมณีลอกเลียนแบบมรกต

- การตรวจสอบมรกตสังเคราะห์ด้วยกระบวนการสังเคราะห์แบบต่างๆ เช่น Hydrothermal และ Flux synthesis

 3. ทับทิมและแซฟไฟร์

- การตรวจสอบทับทิมและแซฟไฟร์ ที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพโดยใช้ความร้อน

- การตรวจสอบทับทิมและแซฟไฟร์ ปลอม

 4. หยก  :  การตรวจหาสารพอลิเมอร์และสารอิพอกซี่  (epoxy ) ที่ใช้ในการปรับปรุงคุณภาพของหยก

 5. เทอร์ควอยซ์  : การตรวจหาสารพอลิเมอร์และสารอิพอกซี่  (epoxy ) ที่ใช้ในการปรับปรุงคุณภาพของเทอร์ควอยซ์

 6. การตรวจสอบอัญมณีจากธรรมชาติแยกออกจากอัญมณีสังเคราะห์เช่น ควอตซ์ และ แบริล (beryl) เป็นต้น

 7. การจำแนกตัวอย่าง ว่าเป็นแก้วหรือพลาสติค

 8. การจำแนกและตรวจสอบคุณภาพโดยทั่วไปของอัญมณีและแร่ต่างๆ


 

ตัวอย่างการจำแนกชนิดของเพชรโดยใช้โปรแกรมTQ

5

ระบบชุดวิเคราะห์อัญมณีสำเร็จรูปของบริษัทเทอร์โม ( Thermo ‘s GemID System )

ชุดวิเคราะห์อัญมณีสำเร็จรูป Thermo มีชื่อว่า GemID เป็นระบบสำเร็จรูปที่สมบูรณ์ประกอบด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์ประกอบการใช้งานสำหรับวิเคราะห์อัญมณี โดยใช้เครื่องฟลูเรียร์ทรานฟอร์มอินฟราเรดสเปกโทรมิเตอร์ของ Nicolet

โดยที่ตัวอย่างอัญมณีจะไม่ถูกทำลายเพื่อให้ได้สเปกตรัมจากอัญมณี สำหรับใช้ในการจัดจำแนกคุณภาพและชนิดตัวอย่าง

ชุด GemID ประกอบด้วยเครื่องสเปกโทรมิเตอร์และอุปกรณ์เสริม Beam Condenser สำหรับการวิเคราะห์ด้วยเทคนิคการส่องผ่าน( Transmittance ) และ อุปกรณ์เสริมCollector II  สำหรับการวิเคราะห์ด้วยเทคนิคการสะท้อนผ่านตัวอย่าง

( Transflectance )  นอกจากนี้ยังมีไกด์บุ๊คในรูปแบบของซีดี ที่มีคำอธิบายต่างๆสำหรับช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากสเปกตรัมของอัญมณี รวมทั้งวิธีการใช้โปรแกรม OMNIC และ TQ AnalystTM ตัวอย่างเช่น

∙ การวิเคราะห์อย่างอัตโนมัติที่ทำเป็นประจำ  ( Automatic analysis routine )

∙ ตัวอย่าง Templates สำหรับการทำ Curve fitting

∙ เทคนิค Chemometric

∙ ตัวอย่างฐานข้อมูลทางสเปกตรัมของอัญมณีชนิดต่างๆ และฐานข้อมูลสเปกตรัมของอัญมณีปลอมและอัญมณีเลียนแบบ

อุปกรณ์เสริม  Collector II สำหรับการวิเคราะห์ด้วยเทคนิคการสะท้อนผ่านตัวอย่าง ( Transflectance )

อุปกรณ์ Collector II  จะมีกระจกที่ทำหน้าที่สะท้อนแสงอินฟราเรดผ่านไปที่ตัวอย่างโดยแสงจะเกิดการสะท้อนภายในอัญมณีแล้วสะท้อนออกมาจากอัญมณีแล้วสะท้อนไปยังตัวรับสัญญาณโดยการปรับความเข้มของสัญญาณที่เหมาะสม สามารถทำได้โดยการปรับความสูงของฐานตัวอย่างเท่านั้น ซึ่งสามารถทำได้ง่าย สะดวกและรวดเร็วมาก  ดังรูปข้างล่างแสดงอุปกรณ์เสริมCollector II และการสะท้อนภายในอัญมณี

6

อุปกรณ์เสริม  Beam Condenser สำหรับการวิเคราะห์ด้วยเทคนิคการส่องผ่าน ( Transmittance )

อุปกรณ์ Beam Condenser  จะมีกระจกทำหน้าที่โฟกัสแสงอินฟราเรดให้เข้มที่ตำแหน่งของตัวอย่าง แล้วจึงเก็บรวบรวมแสงที่ส่องผ่านตัวอย่างไปยังตัวรับสัญญาณ  ดังรูป


7

รายละเอียดของเครื่องสเปกโทรมิเตอร์ ที่ใช้กับชุดวิเคราะห์อัญมณีสำเร็จรูป มี 2 แบบ คือ

  1. เครื่องฟลูออเรียร์ทรานฟอร์มอินฟราเรดสเปกโทรมิเตอร์รุ่น Nicolet 380 ที่มีตัวแยกแสงชนิดโปแตสเซียมโบไมด์  ( KBr Beamsplitter ) และตัวตรวจวัดชนิด DTGS ( DTGS Detector ) โดยใช้ร่วมกับอุปกรณ์เสริม Collector II สำหรับใช้ในการวิเคราะห์ตัวอย่างต่างๆ ได้  ใช้งานง่ายและให้ประสิทธิภาพสูง อุปกรณ์เสริมใช้งานง่ายและไม่ต้องทำการปรับสัญญาณของอุปกรณ์ ( no alignment )
  2. เครื่องฟลูเรียร์ทรานฟอร์มอินฟราเรดสเปกโทรมิเตอร์รุ่น Nicolet 6700 ชุดนี้เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องวิเคราะห์งานที่ซับซ้อนเครื่องมือประกอบด้วยตัวแยกแสงชนิดเอ็กซ์ทีโปแตสเซียมโบไมด์  ( XT-KBr Beamsplitter ) และตัวตรวจวัดชนิด MCT-B ( MCT-B Detector ) และมีอุปกรณ์เสริม Collector II และ 4 X Beam Condenser   เครื่องชุดนี้จะมีประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ดังนี้

∙ สามารถวิเคราะห์อัญมณีในช่วงโอเวอร์โทนได้ จากการขยายช่วงในการวัด ไปจนถึงช่วง NIR

∙ สามารถเลือกใช้อุปกรณ์เสริมที่ให้เหมาะกับตัวอย่าง

∙ สัญญาณที่ได้จากอัญมณีขนาดเล็ก มีความเข้มสูง

∙ การวิเคราะห์สามารถทำได้ง่ายและรวดเร็วขณะที่ทำการวิเคราะห์โดยใช้ ความละเอียดที่ 1 cm-1

8

รูปข้างล่างแสดงตัวอย่างการวิเคราะห์อัญมณี โดยรูปด้านล่างซ้ายแสดงผลการวิเคราะห์ตัวอย่างหินสีเขียวที่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นมรกตตามธรรมชาติ และรูปด้านขวาจะแสดงผลการวิเคราะห์ด้วยโปรแกรม TQ Analysis ที่สามารถยืนยันพีคเล็กๆที่สำคัญที่เกิดขึ้นในสเปกตรัมของเพชร ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

                                                                             

9


*เรียบเรียงและแปลจาก เอกสาร Application note ของบริษัท Thermo Electron Corporation ประเทศสหรัฐอเมริกา



 

Distimatic Automated 24/7 Evaporation

User Rating: / 1
PoorBest 

Distimatic Automated 24/7 Evaporation

 

                                                                                                          heidolph


              เครื่องกลั่นระเหยสาร เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ในปัจจุบันพบว่า มีแนวโน้มที่จะถูกใช้ในกระบวนการวิจัยและพัฒนา รวมทั้งในการผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อาหาร ยา สารสกัดจากธรรมชาติ อาหารเสริม เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปิโตรเคมี และอาหารสัตว์ เป็นต้น

              การกลั่นคือ การแยกสาร โดยการทำให้ของเหลวกลายเป็นไอจากการให้ความร้อน แล้วทำการควบแน่นให้กลายเป็นของเหลวที่บริสุทธิ์ นอกเหนือจากอุณหภูมิที่ส่งผลต่อจุดเดือดแล้วพบว่า ความดันบรรยากาศก็เป็นปัจจัยที่สำคัญเช่นกัน ตัวอย่างเช่น ที่ระดับความดันบรรยากาศเท่ากับ 1013.2 มิลลิบาร์ น้ำจะเดือดที่ 100 องศาเซลเซียส และที่ความดันบรรยากาศเท่ากับ 116.4 มิลลิบาร์ น้ำจะเดือดที่ 41.7 องศาเซลเซียส (ที่มา www.unitcomversion.org) ดังนั้นจึงมีการพัฒนานำระบบสุญญากาศเข้ามาเพื่อทำให้จุดเดือดของสารต่ำลง และเพิ่มเทคนิคการให้ความร้อนแบบหมุนเพื่อให้ความร้อนกระจายตัวอย่างทั่วถึงส่งผลให้การเดือดเร็วขึ้น จึงเป็นที่มาของการกลั่นระเหยสารแบบหมุน (Rotary Evaporator)

             ในอดีตการทำงานของ Rotary Evaporator กรณีที่มีสารตัวอย่างปริมาณมากนั้น ยังคงจำกัดอยู่ที่การใช้เครื่องมือขนาด 20, 50 หรือ 100 ลิตร ซึ่งเป็นเครื่องมือขนาดใหญ่ที่ต้องมีการลงทุนสูง และต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการทำงานกับเครื่องแก้วที่มีน้ำหนักมาก นอกจากนี้ยังมีไม่มีความยืดหยุ่นกับสารตัวอย่างที่มีปริมาณน้อยเนื่องจากสารตัวอย่างจะติดค้างอยู่กับเครื่องแก้วเป็นจำนวนมาก

rotary_1

ภาพเครื่องกลั่นระเหยสาร (Rotary Evaporator)

Distimatic Automated 24/7 Evaporation

distimatic_3

       ภาพเครื่อง Distimatic Automated 24/7

             ในปัจจุบันนี้ได้มีนวัตกรรมใหม่ที่เรียกว่า “Distimatic Automated 24/7 Evaporation” ที่ช่วยขยายขีดความสามารถของเครื่องกลั่นให้สามารถทำงานได้อย่างน่ามหัศจรรย์ขึ้น โดยช่วยให้เครื่องกลั่นแบบตั้งโต๊ะสามารถทำงานได้เทียบเคียงกับเครื่องกลั่นที่มีขนาดใหญ่ขึ้น หรือในขณะเดียวกันก็ทำให้เครื่องกลั่นขนาด 20 L ทำงานได้เทียบเคียงกับเครื่องกลั่นขนาด 50หรือ 100 ลิตร ทำให้ค่าใช้จ่ายในการลงทุนต่ำลง

              Distimatic เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้เครื่อองกลั่นธรรมดากลายเป็นเครื่องกลั่นอัตโนมัติที่สามารถทำการกลั่นสารปริมาตรมากๆ ได้อย่างต่อเนื่อง และทำงานอัตโนมัติจนเสร็จสิ้นกระบวนกการกลั่นอย่างสมบูรณ์โดยไม่ต้องอาศัยผู้ปฏิบัติงานมานั่งเฝ้าดูตลอดเวลา

การทำงานของ Distimatic Automated 24/7 Evaporation (ชุดกลั่นสารต่อเนื่องพร้อมระบบการเก็บตัวทำละลายอัตโนมัติ)

เมื่อเริ่มการทำการของเครื่องกลั่น ระบบจะเริ่มการทำงาน ดังนี้

การเติมสารตัวอย่างเข้า Evaporation Flask อัตโนมัติ 

-          ระบบ Distimatic จะสั่งเติมสารจากถังเก็บสารตัวอย่าง (solvent tank) เข้าสู่ภายใน Evaporation Flask โดยมีเซนเซอร์ทำหน้าที่ควบคุมการเติมสารให้อยู่ในระดับที่ต้องการ (level sensor) และสามารถปรับเปลี่ยนระดับการเติมปริมาตรสารตามความเหมาะสมได้

-          เมื่อสารตัวอย่างที่อยู่ใน Evaporation Flask เริ่มกลั่นและมีปริมาณลดลง ระบบจะสั่งเติมสารตัวอย่างเข้าไปอีกครั้งโดยอัตโนมัติ โดยจะทำกระบวนการนี้ซ้ำๆ อย่างต่อเนื่อง

-          มีเซนเซอร์วัดระดับสารตัวอย่าง(refill sensor) ในกรณีที่สารตัวอย่างหมด เครื่องจะหยุดกระบวนการกลั่นทันทีที่การกลั่นระเหยสารเสร็จสมบูรณ์

การเก็บตัวทำละลายที่กลั่นตัวอัตโนมัติ 

-          ตัวทำละลายที่ระเหยและกลั่นตัวจะถูกเก็บไว้ใน Collector จนเมื่อถึงเต็มถึงระดับ ระบบจะสั่งให้ระบายตัวทำละลายลงสู่ถังเก็บตัวทำละลาย(Condensate Tank)

-          มีเซนเซอร์วัดระดับสารในถังเก็บตัวทำละลายที่กลั่นระเหยออกมา (overflow sensor) ในกรณีที่ระดับสารเต็มถังเซนเซอร์จะหยุดกระบวนกการกลั่นทันที

การเก็บสารตัวอย่างที่เหลืออยู่ใน evaporation flask อัตโนมัติ 

-          ส่วนของสารตัวอย่างที่เหลืออยู่ใน evaporation flask (residue) จะถูกดูดแยกลงสู่ถังเก็บ (Residue Tank)  หลังจากนั้นจะเริ่มสู่กระบวนการเติมสารอัตโนมัติอีกครั้ง

สิ้นสุดกระบวนการการกลั่น 

สามารถควบคุมระบบได้ทั้งแบบอัตโนมัติหรือสั่งการโดยผู้ใช้งาน

จุดเด่นของ “Distimatic Automated 24/7 Evaporation”

-          เป็นทางเลือกที่ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับเครื่องกลั่นขนาด 50 หรือ 100 ลิตร

-          ลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนโดย Distimatic สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องกลั่นที่มีอยู่ เช่น Laborota 20 Hei-VAP หรือเครื่องกลั่นแบบตั้งโต๊ะทั่วไป

-          ประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน โดยเครื่องจะปิดการทำงานเมื่อหลังจากกระบวนการกลั่นเสร็จสมบูรณ์

-          ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ด้วยระบบการทำงานแบบอัตโนมัติ หลีกเลี่ยงความจำเป็นในการเฝ้าดูการทำงาน และให้เวลาในการมุ่งเน้นไปที่งานอื่น ๆ

-          ด้วยการทำงานอัตโนมัติของระบบเติมสารตัวอย่างอย่างต่อเนื่อง ช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาคอขวดของการเติมสารตัวอย่างให้พร้อมต่อการกลั่น ทำให้ช่วยลดต้นทุนในการทำงานในเวลาเดียวกัน

*เรียบเรียงและแปลจากเอกสาร Application note ของบริษัท Heidolph Instruments GmbH & co.kg  ประเทศเยอรมนี โดย คุณภัทราวริน  เทศเจริญ  Product  Specialist   สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ 02-615-2929 ต่อ 300

N/Protein Determination in Cheese according to the Kjeldahl method

 

N/Protein Determination in Cheese according to the Kjeldahl method
Reference: IDF 20-1, ISO 8968-1 Second Edition 2014-02-01 Milk and milk products - Determination of nitrogen content; AOAC 991.20 Nitrogen (Total) in Milk
Tested with VELP Scientifica DKL 20 Automatic Kjeldahl Digestion Unit (Code S30100210) and UDK 169 Automatic Kjeldahl Analyzer with AutoKjel Autosampler (Code S30200160)

velp

N/Protein Determination in Cheese according to the Kjeldahl method

  Reference: IDF 20-1, ISO 8968-1 Second Edition 2014-02-01 Milk and milk products - Determination of    nitrogen content; AOAC 991.20  Nitrogen (Total) in Milk

Tested with VELP Scientifica DKL 20 Automatic Kjeldahl Digestion Unit (Code S30100210) and UDK 169 Automatic Kjeldahl Analyzer with AutoKjel Autosampler (Code S30200160) 

VELP_Application_Note_Cheese_FF-K-001-2014_img_1

 

                 N/PROTEIN DETERMINATION IN GOAT CHEESE KJELDAHL METHOD

 Introduction

         Milk and dairy products play a role of primary importance in the human food, and are essential to the balance and the adequacy of the food ration. It is possible finding on the market, different kind of dairy products of different animal species, like sheep whole milk, goat whole milk and cheese, dried milk products including milk-based infant formulae.

Commonly, it can be processed for the production of butter and cheese, such as the Greek “Feta” and the Italian “Caprino cheese”. Recently, this dairy product market has grown rapidly, because, for example, goat milk is very appreciated by lactose-intolerant people, due to low lactose content.

In order to create typical sensory features of these dairy products, it is important to know the attitude of the raw milk, depending also on its protein content. Due to the greater demand and consumption of goat/sheep dairy products, protein analysis has become more and more important to ensure food safety, food quality and fairness in international trade.

Protein Determination in Goat Cheese according to the Kjeldahl Method

            Kjeldahl is nowadays the most used method for determining nitrogen and protein contents in foods and feeds, thanks to the high level of precision and reproducibility and to its simple application.

The modern Kjeldahl method consists in a procedure of catalytically supported mineralization of organic material in a boiling mixture of sulfuric acid and sulfate salt at with digestion block temperature at 400 °C. During the process the organically bonded nitrogen is converted into ammonium sulfate. Alkalizing the digested solution liberates ammonia which is quantitatively steam distilled and determined by titration.

Sample

Italian Goat Cheese Protein labeled content: 10-12% according to the batch production

Sample Digestion

Homogenize the cheese manually with a spoon.

Weigh 1,000 g of sample into a nitrogen-free weighing boat (code CM0486000) and place it into a 250 ml test tube.

For each sample, add in the test tube:

      2 catalyst tablet TCT (code CT0006621; 3.5 g K2SO4, 0.105 g CuSO4 x 5H2O 0.105 g TiO2)

      12 ml concentrated sulphuric acid (96-98%)

Prepare some blanks with all chemicals and without the sample.

Connect the Digestion Unit to a proper Aspiration Pump (JP code F30620198) and a Fume Neutralization System

(SMS Scrubber code F307C0199) to neutralize the acid fumes created during digestion phase.

Digest the samples for 15 minutes at 150 °C, plus 15 minutes at 250 °C and 40 minutes at 420 °C according to the method “milk and derived products” (n° 1 on DKL 20).

Distillation and Titration

Let the test tubes cool down to 50-60 °C.

Condition the UDK 169 with Autokjel Autosampler unit by performing the Automatic Check-up and Wash-down in the Menu-System.

Distill the samples according to the following parameters (pre-defined method n°1):

 H2O (dilution water): 50 ml       H2SO4 (0.1 N) as titrant solution            NaOH (32 %): 50 ml

 Protein factor: 6.38                    H3BO3 (4 % with indicators): 30 ml

Distillation & Titration analysis time: from 4 minutes for one test.

VELP titanium condenser ensures that distillate temperature always remains below the safe threshold value (35 °C), as indicated in the IDF 20-1 and ISO 8968-1.

Typical Results on Goat Cheese

The results are automatically calculated by UDK 169 as a percentage of nitrogen and percentage of proteins.

This is “protein” on a total nitrogen basis.

               Sample quantity (g)                                                   Nitrogen %                                 Protein %                            
1.007 1.606 10.245
1.015 1.631 10.407
1.037 1.622 10.351
1.022 1.633 10.421
1.039 1.638 10.452
1.027 1.606 10.247
1.021 1.628 10.389
0.952 1.644 10.488
1.042 1.639 10.457
1.003 1.634 10.427
Average ± SD% 1.628 ± 0.012 10.390 ± 0.079
RSD% * 0.756 0.758
Protein Content: 10-12%
Protein Factor: 6.38

   * RSD% = (Standard Deviation * 100) / Average

The complete procedure was verified by using 5 ml of glycine standard solution (3%) containing 28 mg of nitrogen, as reference substance. The obtained recovery was >99%.

Conclusion

The obtained results are reliable and reproducible in accordance with the expected values, with a low relative standard deviation (RSD < 1%), that means high repeatability of the results.

Benefits of Kjeldahl method by using DKL 20 and UDK 169 with AutoKjel Autosampler are:

 High level of precision and reproducibility

 Maximum productivity and full automation

 Worldwide official method

 Reliable and easy method

 Time saving

 Moderate running costs


                               Copyright © 2014 VELP Scientifica. All rights reserved.

No part of this publication may be reproduced or transmitted in any form or for any purpose without the express permission of VELP.

VELP Scientifica, Italy Tel: +39 039 628 811 Fax: +39 039 628 8120 www.velp.com